ตอบกระทู้ 
Rating Thread Options
มุมมองของ ดร.นิเวศน์ ต่อหุ้นร้อนๆในช่วงนี้
05-08-2013, 05:11 PM
Post: #1
มุมมองของ ดร.นิเวศน์ ต่อหุ้นร้อนๆในช่วงนี้
เจ้ามือใหญ่สุดในตลาดหุ้นก็คือ"ผลประกอบการ" ถ้ากิจการไหนผลประกอบการดีราคาก็วิ่ง แต่อย่างไรก็ตามก็หนีไม่พ้นหลักไตรลักษณ์อยู่ดี (ไม่เที่ยง ไปตามเหตุปัจจัย และไม่อยู่ในอำนาจบังคับ) หุ้นดีก็ไม่ได้ดีตลอดไป

วันนี้ขอนำเสนอบันทึกการบรรยายของ ดร.นิเวศน์ ครับ อ. บรรยายสรุปไว้ได้ดีมาก ตอบข้อสงสัยในหลายอุตสาหกรรมทั้งเหตุที่กลุ่ม ธนาคาร และประกันที่กำไรโตพรวดพราดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มุมมองต่อธุรกิจทีวีดาวเทียม และห้างและคอมโมลดิตี้มอล ที่แข่งกันเปิดยังกะดอกเห็ด หุ้นร้อนอย่างสายการบิน lowcost แห่งหนึ่งที่พึ่งเข้าตลาดเมื่อไม่นาน (ขาย IPO ไปได้ยังไง PE 20 เท่า) รวมถึงคำถามต่อธุรกิจที่ไปลงทุนยังต่างประเทศว่าดีจริงหรือ? เชิญอ่านโดยพลัน

บทความนี้มาจากการบรรยายของ ดร.นิเวศน์ บรรยยายในงาน "vi on cruise" วันที่ 2 มิย 2012 ที่ ยกยอมารีนา จดบันทึกและเผยแพร่โดยคุณ champ_st ในกระทู้ http://board.thaivi.org/viewtopic.php?f=1&t=52237

มุมมองเกี่ยวกับหมวดธนาคารของอาจารย์

ประเด็นที่น่าสนใจคือการดูหุ้นกลุ่มธนาคารนั้น เราอาจต้องพิจารณาถึงเรื่องการตั้งสำรองของแต่ละธนาคารเข้ามาประกอบเพื่อดูคุณภาพของ​กำไรด้วย บางธนาคารมีที่มีการตั้งสำรองไว้สูงๆ กำไรต่อหุ้นที่ปรากฏออกมาหรือ E จะไม่สูงมาก บางธนาคารมีการตั้งสำรองที่ต่ำกว่าก็จะให้กำไรต่อหุ้นออกมาค่อนข้างสูงถึงจะเป็นการต​ั้งสำรองตามที่กฏหมายกำหนดไว้ก็ตาม ทำให้ถ้าเรามอง pe เพียงอย่างเดียวจะพบว่าบางธนาคารบาง บางธนาคารถูกแล้วตัดสินใจจากความถูกและแพงของ PE เลยก็ดูจะไม่ครบถ้วนนัก

นอกจากนี้ธนาคารเล็กๆเมือ่เกิดวิกฤติจะมีปัญหาก่อนทั้งนี้เพราะโครงการเงินฝากของธนา​คารเล็กๆขึ้นอยู่กับคนฝากเพียงไม่มากนัก และการคุ้มครองเงินฝากในปัจจุบันก็ไม่เป้น 100% เหมือนในอดีตแล้ว เมือ่เกิดปัญหาคนก็จะแห่ถอนเงินจากธนาคารเล็กๆเพื่อไป ฝากธนาคารที่ใหญ่และมั่นคงน่าเชือถือในสายตาของคนทั่วไปก่อน และสิ่งธนาคารที่มีทุนสำรองต่ำก็จะยิ่งอันตรากว่าธนาคารที่มีทุนสำรองสูงกว่า

ในส่วนของการเติบโตของธนาคารนั้นก็อาจต้องระมัดระวัง เพราะขึ้นอยู่กับนโยบายของธนาคาร ถ้าธนาคารอยากโตมากก็ปล่อยสินเชื่อออกไปมากๆ ซึ่งในช่วงแรกๆคนกู้ก็ยังมีกำลังผ่อนเพราะพึ่งเริ่มต้น แต่อนาคตหากเกิดวิกฤติ ธนาคารที่ปล่อยกู้ออกไปมากๆเร่งการเติบโตมากเกินไปกำไรดีๆในช่วงแรก อาจลำบากหนักในส่วนวิกฤติ เรียกว่ากินก่อนผ่อนที่หลัง ซึ่งตรงนี้เราวิเคราะห์ได้ยากเพราะขึ้นอยู่กับนโยบายของผู้บริหารล้วนๆ

มุมมองต่อธุรกิจประกันชีวิต

ซึ่งมีรายใหญ่ๆอยู่ 2 ราย อาจารย์มีมุมมองว่าโครงการของผู้ถือหุ้นที่เป็นธนาคารทั้ง 2 รายนี้แตกต่างกัน ตัวที่มีสัดช่วนการถือหุ้นของธนาคารมากกว่าก็มองว่าน่าจะมีการช่วยเหลือเป็นพิเศษ มีการตั้งเป้า รุกผ่านช่องทางที่เป็นธนาคารมากกว่าที่ถือหุ้นน้อยเพราะความเป็นเจ้าของนั้นแตกต่างก​ัน

นอกจากนี้พวก ประกันภัย ประกันชีวิตก็ไม่ควรมองว่าเป็นธุรกิจที่พิเศษอะไร ที่เมืองนอกก็มีที่ปิดกิจการไปมาก ส่วนที่กำไรหรือเก่งๆก็ได้มากจากกลุ่มที่ลงทุนแล้วได้ผลตอบแทนที่ดี คือตัวธุรกิจเองแค่รักษารายรับกับรายจ่ายให้พอพอกันแล้วไปวัดกำไรขาดทุนจากการลงทุนเ​สียมากกว่า

ส่วนที่มองว่าอนาคตคนไทยจะทำประกันชีวิตมากขึ้นหรือไม่นั้น ก็มองว่าอาจมีการทำมากขึ้นแต่คงไม่ทำให้โตก้าวกระโดดอะไรมากมายคงไปแค่เรื่อยๆเพราะร​ายได้ของคนไทยก็ยังไม่สูงมากนักเมือ่เทียบกับประเทศที่มีการประกันอย่างมาก หลังๆก็มีการขายผ่านของทางว่าได้ผลตอบแทนมากกว่าฝากออมทรัพย์ คนก็ทำดูเพื่อทดแทนแต่ก็ได้ส่วนหนึ่งเท่านั้นเพราะมันขาดสภาพคล่องในการถอนเหมือนฝาก​คน

แต่ที่สังเกตคือช่วง 3-4 ปีนี้กำไรในธุระกิจนี้อาจดูสูงเพราะทรัพย์สินที่ไปลงทุนก็ให้ผลตอบแทนที่ดีมากแต่หลั​งจากนี้ก็อาจต้องระมัดระวังหน่อย เรื่องของการตั้งสำรองก็ทำให้เกิด กำไร ขาดทุนได้ซึ่งเราก็ต้องระมัดระวังในการลงทุนหุ้นกลุ่มนี้ด้วย ส่วนที่เล่นเรื่องผลตอบแทนขั้นบันได ก็อย่างี่กล่าวไว้คือ มันมีการคิดผลตอบแทนให้เราเร็จแล้วว่าทำแล้วผู้เอาประกันจะได้อะไรเท่าไหร่แค่เอาเงิ​นเบี้ยประกันที่ผู้เอาประกันภัยส่งไปหาผลตอบแทนได้ได้สูงกว่าที่ตกลงในสัญญาก็เหมือน​กันธุระกิจธนาคารี่รับความเสี่ยงจาก สเปรดของดอกเบี้ยจากและดอกเบี้ยรับที่หามาได้

มุมมองในธุรกิจด้านการบิน

ธุรกิจนี้ความเสี่ยงเยอะมาก เป็นธุรกิจที่โหดร้ายมาก ทั้งเรื่องของการแข่งขันกันเอง และความเสี่ยงจากราคาน้ำมัน ในโลกนี้สายการบินที่ประสบความสำเร็จและให้ปันผลตอบแทนผู้ถือหุ้น แทบไม่มีเลย ที่ครั้งที่จะเติบโตก็ต้องลงทุนซื้อหรือบางบริษัทก็เช่าเครื่องบิน ก็เข้าใจยาก

ส่วนธุรกิจที่เกี่ยวข้องอย่างเด็กปั๊มเติมน้ำมันเครื่องบินก็มีรายได้แน่นอน โตช้าๆ ปลอดภัยแต่จะหวังโตหวือหวาคงไมได้ เหมือนเป้นหุ้นพันธบัตรเสียมากกว่า

(ความคิดส่วนตัว คงหนีไม่พ้น THAI กับ AAV ธุรกิจแบบนี้ผู้ถือหุ้นมองตาปริบๆกำไรไม่เหลือถึงมือ แต่พนักงานรวยเอารวยเอา เห็นใครๆก็อยากเป็นเด็กเสริพบนเครื่องบิน )

มุมมองต่อธุรกิจทีวีดาวเทียม
อาจารย์มองว่าเป้นธุรกิจที่แข่งขันกันแบบดุเดือดเชือดคอกันเลยทีเดียว เป็นธุรกิจที่แย่งสายตาคนดูซึ่งมีอยู่เท่าเดิมหรือเพิ่มขึ้นน้อยมาก แต่ช่องทีวีต่างๆตอนนี้เปิดขึ้นมาเยอะมากเลยทีเดียว ทำให้มองยากว่าใครจะเป้นผู้ชนะในธุระกิจนี้

ส่วนในประเด็นเรื่องของรายการของบางแห่งมีเรทติ้งที่ดีกว่าก็คาดการว่าจะปรับค่าโฆษณ​าได้ก็อาจต้องใช้เวลาพิสูจน์เพราะปกติแล้วพวกเจ้าของสินค้าหรือเอเจนซี่จะมีการวางแผ​นทำโฆษณาไว้แต่เนิ่นๆตั้งแต่ต้นปีการจะปรับเปลี่ยนแผนก็คงต้องใช้เวลา งบอาจหมดก่อนที่จะมาถึงทีวีดาวเทียม อีกทั้งรายการที่มีเรทติ้งสูงๆก็อาจต้องใช้เวลาพิสูจน์ว่าจะรักษาเรทติ้งของตนเองไว้​ได้หรือไม่ เหมือนช่วงที่ประเทศไทยมีกีฬาสี ช่องทีวีของสีแดง สีเหลือง นี่มีเรทติ้งดีกว่าฟรีทีวี แต่พอกระแสแผวลงเรทติ้งนี้ก็หายไป ก็ต้องให้เวลาพิสูจน์ต่อไป

(ความคิดส่วนตัว เป็น fight บังคับไม่ไปก็ไม่ได้เดี๋ยวเสียพื้นที่ขายของทั้ง GRAMMY NMG RS WORK SMM แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องจ่ายค่าช่องสัญญานให้ THCOM อยู่ดี555 )

มุมมองต่อธุรกิจห้างและคอมโมลดิตี้มอล

หลังๆห้างนี่เปิดเยอะมากจนรู้สึกว่ามันมากเกินไปหรือไม่ ช่วงเปิดใหม่ๆคนเช่าก็อาจเต็มพื้นที่และก็ต้องทนๆอยุ่ตามสัญญาและดูเชิงกันไปก่อน อย่างล่าสุดไปเดินห้างใหญ่แถวบางนาก็รู้สึกว่าเป็นมอลที่เหมือนต่างประเทศมีสินค้าแป​ลกๆในต่างประเทศขายจำนวนมาก แต่พบว่าคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยเข้าส่วนใหญ่จะเดินอยุ่ข้างนอกหรืออยู่ตามร้านอาหาร ทำให้รู้สึกว่าร้านค้าจะอยู่ได้ไหมแน่นอนว่าการเป้นพื้นที่เช่าทางเจ้าของมอลหรือห้า​งอาจไม่กระทบในช่วงแรกๆแต่สุดท้ายหากร้านค้าที่มาเปิดอยุ่ไมได้ เจ้าของพื้นที่ก็หนีไม่พ้นที่จะต้องลำบาก และการลงทุนสร้างห้างหรือมอลแต่ละครั้งก็ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมากและทำเลต่างๆก็น่า​จะเต็มไปเกือบหมด

มุมมองต่อธุรกิจในประเทศไทยที่ไปลงทุนยังต่างประเทศ

มีหลายๆบริษัทที่ไปลงทุนต่างประเทศแต่สิ่งที่พบก็คือมีอุปสรรค์หรือประสบความสำเร็จย​ากมาก เช่นบริษัทอสังหารายใหญ่ที่ไปลงทุนในอินเดียที่ตอนแรกก็มองจำนวนประชากรจำนวนมากแต่ส​ุดท้ายก็เหนื่อย หรือบริษัทอาหารโรงแรมที่ไปลงทุนในต่างประเทศขยายสาขาในต่างประเทศก็มีอุปสรรคมากเหม​ือนกัน เท่าที่ดูๆมีน้อยมากที่ไปลงทุนต่างประเทสแล้วประสบความสำเร็จแบบจริงๆจังๆ ตรงนี้ก็อยากให้นักลงทุนลองติดตามดู
อ้างถึงข้อความนี้ในการตอบกระทู้
ตอบกระทู้ 


ไปยังหัวข้อ:


ผู้ที่กำลังดูกระทู้นี้:
1 ผู้เยี่ยมชม


Archive เวลาขณะนี้: 08-29-2014, 09:14 AM